Bulldog หรือแก้มห้อย หมายถึงเนื้อที่ห้อยจากมุมปากทั้งสองข้างไปจนถึงเส้นกราม ได้ชื่อจากการที่เหมือนแก้มของสุนัข Bulldog เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น เพราะผิวหนัง, เนื้อเยื่อใต้ผิว, ชั้น SMAS สูญเสียความยืดหยุ่น และเอ็นที่ยึดถือ (retaining ligaments) อ่อนแอลง — ไม่ใช่เพียงแค่อ้วนขึ้น แต่เป็นเนื้อเยื่อที่ตกลงมาเองค่ะ
ทำไมควรแก้ไขแก้มห้อย?
แก้มห้อย (Bulldog) ส่งผลต่อมากกว่าความสวยงาม แต่กำหนดความประทับใจโดยรวม:
• ทำให้มุมปากดูตกมากขึ้น แม้ขณะไม่มีอารมณ์ก็ดูเศร้าหรือโกรธ
• ทำให้เส้นกรามทื่อ เส้น V พังทลาย ใบหน้าดูใหญ่ขึ้น
• ทำให้รอยกล่องเสียงลึก เน้นภาพลักษณ์ที่ดูแก่กว่าวัย
• เส้นกรามในด้านข้างขาดต่อ เส้นแบ่งกับลำคอเลือนรางลง
การแก้ไขแก้มห้อยของDr.Tak — แยกเนื้อเยื่อลึกถึง SMAS
การยกที่ดึงเฉพาะผิวหนังให้ผลเพียงชั่วคราว การแก้ไขแก้มห้อยของDr.Tak성형외과 แยกเนื้อเยื่ออย่างลึกและแม่นยำลงไปถึงชั้น SMAS (พังผืดที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อแสดงสีหน้า) ที่อยู่ใต้ผิว ผ่านการดึงและยึดชั้นพังผืดที่ตกพร้อมกัน ได้ผลการยกที่แข็งแรงและมีมิติยิ่งขึ้น ลดความเป็นไปได้ที่จะเกิดอีก
เรายังวิเคราะห์โครงสร้างเอ็นยึด (retaining ligaments) ที่รองรับผิวและกล้ามเนื้อใบหน้าอย่างละเอียด แก้ไขสาเหตุพื้นฐานของการตกผ่านวิธีการแยกเนื้อเยื่อทางกายวิภาคที่พิจารณาโครงสร้างเหล่านั้น
วิธีการผ่าตัด
แนวกรีดออกแบบเป็นเส้นโค้งธรรมชาติด้านหน้าหูและตามแนวรอยขน ใช้วิธีการแยกเนื้อเยื่อที่ละเอียดมากเพื่อลดเลือดออกและบวมให้น้อยที่สุด เข้าถึงชั้น SMAS แล้วดึงเนื้อเยื่อที่ห้อยขึ้นด้านบน·ด้านหลัง ยึดอย่างแน่นหนา สุดท้ายเย็บแผลแบบ Micro Suture ผ่านเทคนิคการเย็บแผลที่ประณีต เพื่อให้รอยแผลไม่ปรากฏภายนอก
เหมาะกับใคร
• ผู้ที่แก้มห้อยทำให้ใบหน้าดูตกหรือหนัก
• เส้นกรามทื่อ เส้น V พังทลาย
• มุมปากตกทำให้ดูเศร้าหรือเหนื่อย
• ผู้ที่ต้องการผลการยกที่เป็นธรรมชาติและคงทน
• ผู้ที่รู้สึกถึงข้อจำกัดของการรักษาแบบง่ายๆ (ฟิลเลอร์·เลเซอร์)
ระยะเวลาพักฟื้น
อาการบวมและรอยช้ำส่วนใหญ่ลดลงภายใน 7-10 วัน หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ ต้องดูแลความสะอาดและให้ผ่อนคลาย ตัดไหมในวันที่ 7-10 หลังจาก 1 เดือน เส้นเริ่มเข้าที่ของลักษณะธรรมชาติ ภายใน 3-6 เดือนจะได้ผลลัพธ์สุดท้าย ในช่วงพักฟื้น ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก·ซาวน่า·การสูบบุหรี่ เพื่อช่วยให้คงตัวค่ะ