ถ้าใช้ครีมทาคอหมดไปสามกระปุกแล้วยังเหมือนเดิม
ตอนส่องกระจกก็ดูปกติดี จนมีคนถ่ายรูปคุณจากด้านข้าง คุณถึงเพิ่งสังเกตว่าเส้นที่ลากจากใต้คางลงมาถึงลำคอไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตั้งแต่วันนั้นคุณหยิบเสื้อคอเต่ามาใส่บ่อยขึ้น และเวลาประชุมออนไลน์ก็ค่อย ๆ ยกมุมกล้องขึ้นทีละนิด
คุณจึงซื้อครีมมาใช้ ต่อด้วยลูกกลิ้งนวด แล้วก็ท่าบริหารคอที่เห็นในคลิป คนไข้จำนวนมากที่มาหาผมผ่านลำดับนี้มาครบแล้วทั้งหมด และส่วนใหญ่เริ่มต้นเล่าด้วยประโยคเดียวกัน คือจ่ายเงินไปแล้วแต่ไม่มีอะไรเปลี่ยน
เวลาได้ยินประโยคนั้น ผมจะไม่สงสัยก่อนว่าหัตถการนั้นไม่ดี สิ่งที่ผมตรวจสอบก่อนคืออีกเรื่องหนึ่ง ชั้นที่หัตถการนั้นเล็ง กับชั้นที่เป็นต้นเหตุของคนไข้ เป็นชั้นเดียวกันหรือไม่ ถ้าสองอย่างนี้ไม่ตรงกัน ต่อให้ใช้เครื่องมือดีแค่ไหนก็ไม่เกิดผล
และในความเป็นจริง มันไม่ตรงกันบ่อยกว่าที่คุณคิด
ริ้วรอยที่คอไม่ใช่ปัญหาเดียว — แต่เป็นสามชั้น คือผิว ไขมัน และกล้ามเนื้อ

ขอตอบตรง ๆ ก่อนว่า ในคำว่า "ริ้วรอยที่คอ" มีปัญหาสามอย่างที่ต่างกันปนอยู่ ได้แก่ ริ้วรอยตื้นที่ผิวชั้นนอก ไขมันสะสมใต้คาง และแถบแนวตั้งที่เกิดจากกล้ามเนื้อด้านหน้าคอแยกออกจากกัน ต้นเหตุต่างกัน คำตอบจึงต่างกันตามไปด้วย
ข้อที่สามคือข้อที่มีความเข้าใจผิดมากที่สุด ขออธิบายศัพท์ให้ชัดก่อน
กล้ามเนื้อพลาทิสมา (platysma) คือกล้ามเนื้อแผ่นบางหนาราว 1–2 มิลลิเมตร ที่ทอดจากกระดูกไหปลาร้าและพังผืดหัวไหล่ขึ้นไปเกาะที่ขอบล่างของขากรรไกร บนใบหน้าไม่มีกล้ามเนื้อที่กว้างและบางขนาดนี้ เมื่ออายุมากขึ้น ขอบด้านหน้าของกล้ามเนื้อทั้งสองข้างจะแยกออกจากกันตรงแนวกลาง และขอบที่แยกออกนั้นจะนูนขึ้นใต้ผิวเป็นแถบแนวตั้งสองเส้น นี่คือสิ่งที่เรียกกันว่า คอไก่งวง (turkey neck) และในทางการแพทย์เรียกว่า แถบพลาทิสมา คำที่คนค้นหาอาจต่างกัน แต่สิ่งที่หมายถึงคือสิ่งเดียวกัน
ประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้ แถบไม่ใช่ริ้วรอย แต่คือกล้ามเนื้อ ครีมที่ออกฤทธิ์ที่ผิว บูสเตอร์ที่กระตุ้นชั้นหนังแท้ หรือคลื่นวิทยุที่กระชับผิว ล้วนไม่สามารถย้อนการแยกของกล้ามเนื้อได้ เพราะเล็งคนละชั้นกัน
ดังนั้นคำถามที่ว่า "ริ้วรอยที่คอใช้อะไรได้ผล" จึงไม่มีคำตอบ คำถามต้องลงลึกอีกหนึ่งขั้นก่อน
30 วินาทีหน้ากระจก เพื่อดูว่าคอของคุณเป็นแบบไหน
สิ่งที่ผมตรวจในห้องตรวจจริง ๆ มีบางส่วนที่คุณลองทำเองที่บ้านได้ ไม่ใช่การวินิจฉัยที่สมบูรณ์ แต่พอจะบอกทิศทางได้
✅ ทดสอบกัดฟัน — มองกระจก กัดฟันแน่น ๆ พร้อมดึงมุมปากลงให้สุด ถ้ามีแถบแนวตั้งสองเส้นนูนขึ้นที่ด้านหน้าคอ แสดงว่ากล้ามเนื้อพลาทิสมาทำงาน ถ้าผ่อนแรงแล้วแถบยังอยู่ แสดงว่าแถบยึดตัวถาวรแล้ว
✅ ทดสอบเงยหน้า — เงยหน้ามองเพดาน ถ้าริ้วรอยแนวนอนคลี่ออก ปัญหาอยู่ใกล้ผิวชั้นนอก ถ้ายังพับอยู่เหมือนเดิม แสดงว่าร่องลึกถึงชั้นหนังแท้แล้ว
✅ ทดสอบหยิบผิว — ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้หยิบเนื้อใต้คาง ถ้าหยิบได้หนา คือไขมัน ถ้าหยิบได้แค่ผิวบาง ๆ ที่ยืดออก คือความหย่อน ถ้าหยิบไม่ได้แต่รูปทรงเสียไปแล้ว ให้สงสัยกล้ามเนื้อหรือโครงกระดูก
✅ ดูมุมจากด้านข้าง — ในรูปถ่ายด้านข้าง ให้ดูมุมระหว่างใต้ขากรรไกรกับลำคอ เกณฑ์ของเส้นคอที่ดูอ่อนเยาว์และคมชัดคือ 105–120 องศา ยิ่งมุมนี้ทู่ลงเท่าไร ก็ยิ่งดูอายุมากขึ้น ไม่ว่าจะนับริ้วรอยได้กี่เส้นก็ตาม
มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากบอก คือ คนส่วนใหญ่เข้าข่ายสองข้อขึ้นไปพร้อมกัน ความชราของคอไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเรียบร้อยในชั้นเดียว นี่แหละคือเหตุผลที่การเลือกจึงยาก
ทำไมริ้วรอยแนวนอนกับแถบแนวตั้งจึงต้องรักษาต่างกัน
ขอตอบก่อนว่า ริ้วรอยแนวนอนคือปัญหาของ "แรงพับ" ส่วนแถบแนวตั้งคือปัญหาของ "แรงแยก" ทิศทางตรงข้ามกัน วิธีจัดการจึงตรงข้ามกันด้วย
ริ้วรอยแนวนอนเกิดจากการก้มคอซ้ำ ๆ จนรอยพับสะสมอยู่ที่ตำแหน่งเดิม แล้วสภาพผิวคอก็ซ้ำเติมเข้าไปอีก ผิวคอบางกว่าผิวหน้า และมีความหนาแน่นของต่อมไขมันต่ำ จึงสร้างน้ำมันเองไม่ได้ ทั้งแห้งและถูกพับอยู่ตลอด ริ้วรอยจึงถูกกดจนกลายเป็นร่อง
และช่วงหลังยังมีอีกปัจจัยหนึ่งเพิ่มเข้ามา แค่ก้มศีรษะ 15 องศา น้ำหนักที่ลงบนกระดูกคอก็เพิ่มเป็นราว 12 กิโลกรัม ถ้าก้มถึง 60 องศาจะสูงถึง 27 กิโลกรัม ถ้าคุณอยู่ในท่านั้นวันละหลายชั่วโมงเพื่อมองจอ คอของคุณก็กำลังถูกพับที่ตำแหน่งเดิมด้วยวิธีเดิมทุกวัน
ผมพูดเรื่องนี้บ่อยในห้องตรวจ เพราะคนไข้อายุปลายยี่สิบที่มาปรึกษาเรื่องริ้วรอยที่คอเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และส่วนใหญ่ต้นเหตุคือท่าทางกับความแห้ง ไม่ใช่ความชรา ในกรณีเหล่านี้ผมไม่มีเหตุผลที่จะพูดถึงการผ่าตัดเลย
ในทางกลับกัน แถบแนวตั้งไม่ได้เกิดจากท่าทาง ขอบกล้ามเนื้อแยกออกจากกันทางกายภาพแล้วที่แนวกลาง การจะย้อนกลับได้จึงมีแค่การเย็บรวบขอบนั้นกลับเข้าหากัน หรือทำให้กล้ามเนื้อหดตัวน้อยลงเพื่อให้แถบไม่นูนเด่น
คอเดียวกันแท้ ๆ แต่คำตอบแยกกันขนาดนี้ แล้วในทางปฏิบัติ ทางเลือกแบ่งออกอย่างไร
ปรึกษาแบบ 1:1 ที่เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้
✅✅ เราจะแยกก่อนว่าริ้วรอยหรือความหย่อนที่คอของคุณมาจากชั้นไหน แล้วอธิบายเปรียบเทียบทั้งหัตถการและการผ่าตัดทุกทางเลือก
✅✅ ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจผ่าตัดหรือไม่ เราให้ความเห็นตรงไปตรงมา
📲 เว็บไซต์ทางการ Dr.Tak Plastic Surgery ไอคอนแชทมุมขวาล่าง → ปรึกษาแบบเรียลไทม์
โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ เครื่องมือพลังงาน และการผ่าตัดยกคอ — แต่ละอย่างไปได้ถึงไหน
สรุปแก่นก่อน ความลึกทางกายวิภาคที่แต่ละวิธีไปถึงได้ คือเพดานของวิธีนั้น ตารางด้านล่างจัดเรียงตามความลึกนั้น
| หัวข้อเปรียบเทียบ | โบท็อกซ์ | ฟิลเลอร์·บูสเตอร์ | คลื่นวิทยุ·อัลตราซาวด์·ร้อยไหม | ผ่าตัดยกคอ |
|---|---|---|---|---|
| ชั้นเป้าหมายหลัก | แรงหดกล้ามเนื้อ | หนังแท้·ใต้ผิวหนัง | หนังแท้ถึง SMAS | ผิว·ไขมัน·พลาทิสมา |
| ริ้วรอยแนวนอนตื้น | บางส่วน | ดี | บางส่วน | ดี |
| แถบแนวตั้ง | ลดความนูนเด่น | ได้ผลยาก | จำกัด | แก้ที่ต้นเหตุได้ |
| ไขมันใต้คาง | ไม่ได้ผล | ไม่ได้ผล | บางส่วน | กำจัดโดยตรง |
| กำจัดผิวส่วนเกิน | ทำไม่ได้ | ทำไม่ได้ | ทำไม่ได้ | ทำได้ |
| เห็นผลเมื่อไร | 3–7 วัน | ทันที–2 สัปดาห์ | 1–3 เดือน | ค่อยเป็นค่อยไปหลังยุบบวม |
| ระยะเวลาคงอยู่ | 3–6 เดือน | 6–9 เดือน | 6–12 เดือน | กึ่งถาวร |
| ต้องทำซ้ำ | ต้องทำต่อเนื่อง | ต้องทำต่อเนื่อง | ต้องทำต่อเนื่อง | โดยหลักครั้งเดียว |
| ระยะพักฟื้น | ไม่มี | 1–3 วัน | ไม่กี่วัน | บวม 2–3 สัปดาห์ |
| แผลเป็น | ไม่มี | ไม่มี | ไม่มี | แผลรอบหู·ใต้คาง |
📍 Bottom line: หัตถการที่ไม่ผ่าตัดเก่งเรื่อง ทำให้ผิวดีขึ้น ส่วนการผ่าตัดเก่งเรื่อง เปลี่ยนโครงสร้าง ถ้าปัญหาอยู่ที่ผิวชั้นนอก หัตถการก็เพียงพอ แต่ถ้าโครงสร้างพังแล้ว ต่อให้ทำหัตถการซ้ำกี่ครั้งก็ไปไม่ถึง
พอดูตารางนี้ คุณคงพอเดาได้ว่าทำไมคนจำนวนมากถึงบอกว่า "ไม่เห็นผล" ช่องที่กำจัดผิวส่วนเกินได้มีแค่คอลัมน์สุดท้ายเท่านั้น
แต่ละแบบควรเลือกอะไรก่อน — และกรณีที่การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบ
ในการปรึกษา ผมเรียงลำดับให้แบบนี้
① ริ้วรอยแนวนอนตื้นเป็นหลักและผิวแห้ง — บูสเตอร์ พร้อมการบำรุงความชุ่มชื้นและกันแดดมาเป็นอันดับแรก การพูดถึงการผ่าตัดในขั้นนี้ถือว่าเกินความจำเป็น
② ริ้วรอยแนวนอนลึกและความยืดหยุ่นลดลงพร้อมกัน — ใช้เครื่องมือพลังงานกระตุ้นหนังแท้ควบคู่กับฟิลเลอร์เติมร่องเป็นแนวทางที่สมจริง แต่ขอให้ทราบล่วงหน้าว่าเส้นทางนี้ตั้งอยู่บนการทำซ้ำ
③ แถบแนวตั้งยังเห็นแม้ผ่อนแรงกล้ามเนื้อ — โบท็อกซ์ช่วยลดความนูนเด่นได้ แต่กับแถบที่ยึดตัวแล้วมีข้อจำกัดชัดเจน การเย็บรวบขอบกล้ามเนื้อคือคำตอบที่ต้นเหตุ
④ มีทั้งไขมันใต้คางและผิวหย่อน — ถ้ากำจัดแต่ไขมัน อาจเหลือแต่ผิวเปล่าที่ห้อยลงมามากกว่าเดิม ต้องจัดวางผิวใหม่ควบคู่ไปด้วย
⑤ เส้นคอเสียรูปพร้อมกับใบหน้าที่หย่อนคล้อย — ถ้ายกเฉพาะคอจะเกิดรอยต่อให้เห็น ต้องออกแบบไปพร้อมกับใบหน้าจึงจะดูเป็นธรรมชาติ
และขอพูดตรง ๆ ว่า การผ่าตัดนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ผู้ที่เลิกบุหรี่ได้ยาก ผู้ที่มีประวัติแผลเป็นนูนชัดเจน ผู้ที่เบาหวานคุมไม่ได้หรือมีแนวโน้มเลือดออกง่าย และผู้ที่ไม่สามารถจัดเวลาพักฟื้น 2–3 สัปดาห์ได้จริง ๆ ผมจะไม่แนะนำให้ผ่าตัด กรณีเหล่านี้การดูแลด้วยหัตถการไปก่อนแล้วรอจังหวะที่เหมาะสมดีกว่ามาก
เรื่องค่าใช้จ่ายผมก็บอกล่วงหน้าเช่นกัน หัตถการและการผ่าตัดบริเวณคอมีช่วงราคากว้างตามขอบเขต ว่ากำจัดแค่ไขมัน หรือรวมการเย็บกล้ามเนื้อพลาทิสมา ทำใบหน้าไปพร้อมกันหรือไม่ และใช้การระงับความรู้สึกแบบใด ผมจึงไม่บอกตัวเลขก่อน แต่จะ กำหนดให้ชัดก่อนว่าต้องแก้ถึงระดับไหน แล้วค่อยแจ้งค่าใช้จ่าย ถ้าสลับลำดับกัน ขอบเขตมักขยายเกินความจำเป็น
ถ้าเลือกผ่าตัด — การพักฟื้นจะเป็นแบบนี้
| ช่วงเวลา | สภาพ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| หลังผ่าตัด–3 วัน | บวมและช้ำมากที่สุด | นอนยกลำตัวสูง ประคบเย็น |
| สัปดาห์ที่ 1 | ช่วงตัดไหม | อย่าเงยหรือก้มคออย่างรวดเร็ว |
| สัปดาห์ที่ 2–3 | อาการบวมลดลงเป็นส่วนใหญ่ | กลับสู่กิจวัตรเบา ๆ กันแดด |
| เดือนที่ 1–3 | แผลเป็นแดงและกำลังปรับตัว | ติดเทปควบคู่กับการดูแลแผลเป็น |
| เดือนที่ 3–6 | สีแดงจางลง เส้นแผลบางลง | ดูแลแผลเป็นตามนัดต่อเนื่อง |
สิ่งที่ผมเน้นที่สุดในช่วงพักฟื้นไม่ใช่อาการบวม แต่คือแผลเป็น อาการบวมเวลาจะจัดการให้เอง แต่แผลเป็นนั้นการดูแลเป็นตัวเปลี่ยนผลลัพธ์ คอเป็นบริเวณที่เคลื่อนไหวมาก ถ้ามีแรงดึงในช่วงแรก เส้นแผลจะกว้างขึ้นได้ง่าย เราจึงไม่ปล่อยให้คนไข้ผ่านช่วงนี้ไปตามลำพัง
ทำไมผ่าตัดแบบเดียวกันแต่ผลต่างกัน — สิ่งที่เรายึดถือ
จากการทำงานด้านการยกกระชับใบหน้าและด้านริมฝีปาก·ฟิลทรัมมามากกว่า 15 ปี สิ่งที่ผมยืนยันได้คือ ความต่างของผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ แต่อยู่ที่ การออกแบบและการดูแลหลังผ่าตัด จะซ่อนแผลไว้ตรงไหน จะจัดการกล้ามเนื้อพลาทิสมาถึงขอบเขตใด และจะดูแล 6 เดือนหลังจากนั้นอย่างไร สิ่งเหล่านี้กำหนดเส้นคอในอีกหนึ่งปีข้างหน้า
🏥 สิ่งที่เรายึดเป็นหลักฐาน
- ประสบการณ์ผ่าตัด มากกว่า 15 ปี ในด้านการยกกระชับใบหน้าและริมฝีปาก·ฟิลทรัม
- รีวิว Google มากกว่า 200 รายการ คะแนนเต็ม 5 จากคนไข้
- ระบบนัดหมายล่วงหน้า 100% ตั้งแต่ปรึกษาจนถึงการดูแลหลังผ่าตัด
- โปรแกรมดูแลแผลเป็นต่อเนื่อง 6 เดือนหลังผ่าตัด
💬 "To make people smile — ทำให้ผู้คนได้ยิ้ม"

ระบบดูแลคนไข้ 4S ของ Dr.Tak — ให้ความสำคัญกับคน ไม่ใช่หัตถการ
Solution — แผนเฉพาะบุคคล 1:1 โดยผู้อำนวยการ Tak Seungwan
- ความเข้าใจและการสื่อสารอย่างจริงใจ: สะท้อนความต้องการของคนไข้ลงในแผนผ่าตัดอย่างครบถ้วน
- วิเคราะห์สัดส่วนทองคำของใบหน้าอย่างละเอียด: วัดทีละชั้นว่าปัญหาเส้นคอมาจากผิว ไขมัน หรือกล้ามเนื้อพลาทิสมา
- จำลองการเปลี่ยนแปลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังผ่าตัด
Support — ผู้ประสานงานเฉพาะบุคคล 1:1 ระดับสากล
- จัดผู้ประสานงานเฉพาะตามประเทศ (ไม่มีกำแพงภาษา)
- ดูแลร่วมทางตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ปรึกษา ผ่าตัด จนถึงการดูแลหลังผ่าตัด
- ระบบนัดหมายล่วงหน้า 100% (สภาพแวดล้อมการรักษาที่เป็นส่วนตัว)
Scar Care — ดูแลแผลเป็นเข้มข้น 6 เดือน
| รายการ | ระยะเวลา | เนื้อหา |
|---|---|---|
| การติดเทปควบคุม | 3–6 เดือน | ป้องกันแผลเป็นถ่างกว้าง |
| ฉีดยาลดแผลเป็น | 6 เดือน (เดือนละ 1 ครั้ง) | ลดแผลเป็นนูน |
| การรักษาด้วยเลเซอร์ | 6 เดือน | ลดรอยแดงบริเวณผ่าตัด |
Service — รับประกันการดูแลหลังผ่าตัดฟรี 1 ปี
- รับประกัน การดูแลหลังผ่าตัดฟรีภายใน 1 ปี
- ดูแลรับผิดชอบจนถึงที่สุด
- ※ กรณีใช้ยาระงับความรู้สึกแบบหลับ อาจมีค่าใช้จ่ายพื้นฐานของการระงับความรู้สึกเพิ่มเติม
หากต้องการทราบเพิ่มเติม — ช่องทางทางการ
🌐 เว็บไซต์ทางการ Dr.Tak Plastic Surgery drtakprs.com
📝 รายละเอียดและบันทึกแยกตามหัตถการ
📹 สื่อวิดีโอเกี่ยวกับหลักการผ่าตัดและกระบวนการพักฟื้น
6 เรื่องที่ควรเรียบเรียงให้ชัดก่อนตัดสินใจ
✅ ปัญหาของฉันคือริ้วรอยแนวนอน แถบแนวตั้ง หรือไขมันใต้คาง
✅ เมื่อผ่อนแรงกล้ามเนื้อแล้ว ยังเห็นแถบแนวตั้งอยู่หรือไม่
✅ ที่ผ่านมาเคยทำอะไรมาบ้าง และผลเป็นอย่างไร
✅ ฉันรับการดูแลซ้ำต่อเนื่องไหวหรือไม่ หรืออยากจบในครั้งเดียว
✅ ช่วงไหนที่ฉันจัดเวลาพักฟื้น 2–3 สัปดาห์ได้จริง
✅ ใบหน้าหย่อนคล้อยไปพร้อมกันด้วยหรือไม่
ถ้าเรียบเรียงมาก่อน เวลาส่วนใหญ่ในการปรึกษาจะถูกใช้ไปกับการหาคำตอบ ผมหวังว่าบทความนี้จะช่วยในการเรียบเรียงนั้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) — 5 ข้อ
นี่คือคำถามที่ได้รับมากที่สุดจริง ๆ ในการปรึกษาเรื่องคอ
Q1. ครีมทาคอหรือการนวดคอช่วยให้ดีขึ้นจริงไหม
ขอพูดตรง ๆ ว่าขอบเขตที่ดีขึ้นนั้นมีเส้นกำหนดชัดเจน ผิวคอมีความหนาแน่นของต่อมไขมันต่ำและสร้างน้ำมันเองไม่ได้ ดังนั้นการบำรุงความชุ่มชื้นและกันแดดอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ริ้วรอยตื้นดูไม่คมชัดได้จริง แต่ครีมออกฤทธิ์ที่ผิวชั้นนอกและหนังแท้ส่วนบน จึงไปไม่ถึงร่องที่ลึกแล้ว และไปไม่ถึงแถบแนวตั้งที่เกิดจากกล้ามเนื้อแยกตัว ผมจะอธิบายความต่างนี้ก่อน แล้วให้คนไข้ตัดสินใจเองว่าจะดูแลที่บ้านต่อหรือไม่
Q2. อายุยี่สิบกว่าแต่มีริ้วรอยที่คอแล้ว ควรทำหัตถการไหม
ไม่กี่ปีมานี้คนไข้อายุปลายยี่สิบที่มาปรึกษาเรื่องริ้วรอยที่คอเพิ่มขึ้นชัดเจน แต่เมื่อตรวจแล้ว ต้นเหตุส่วนใหญ่คือท่าทางและความแห้ง ไม่ใช่ความชรา การก้มศีรษะ 15 องศาทำให้น้ำหนักที่ลงบนคอเพิ่มเป็นราว 12 กิโลกรัม และถ้าทำซ้ำวันละหลายชั่วโมง รอยพับก็จะสะสมที่ตำแหน่งเดิม ในขั้นนี้ การปรับความสูงของจอ ใช้หมอนที่เตี้ยลง และบำรุงความชุ่มชื้นกับกันแดดลงมาถึงคอ มีประสิทธิภาพสูงกว่าหัตถการใด ๆ มาก ผมมักบอกคนไข้กลุ่มนี้ว่ายังไม่ต้องทำอะไร แล้วกลับมาดูกันใหม่ในอีก 6 เดือน
Q3. ร้อยไหมแล้วจะได้ผลใกล้เคียงกับการผ่าตัดยกคอไหม
คำถามนี้ผมได้รับบ่อยมาก ขอตอบตรงว่าทั้งสองวิธีไปถึงคนละชั้นกัน การร้อยไหมคือการเกี่ยวเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังแล้วดึงขึ้น จึงช่วยจัดรูปทรงได้ แต่ไม่สามารถกำจัดผิวที่ยืดออกแล้ว และไม่สามารถเย็บขอบกล้ามเนื้อพลาทิสมาที่แยกออกให้กลับมาชิดกันได้ ดังนั้นสำหรับคนที่ผิวส่วนเกินไม่มากและปัญหาหลักคือความยืดหยุ่นลดลง ร้อยไหมเป็นทางเลือกที่ดี แต่สำหรับคนที่แถบแนวตั้งยังอยู่แม้ผ่อนแรง ผลมักไม่น่าพอใจ คนไข้จำนวนไม่น้อยที่มาบอกผมด้วยความผิดหวังหลังร้อยไหม อยู่ในกลุ่มหลังนี้
Q4. ริ้วรอยแนวนอนกับแถบแนวตั้ง วิธีรักษาและค่าใช้จ่ายต่างกันไหม
ต่างกันพอสมควรครับ ริ้วรอยแนวนอนใช้หัตถการที่จัดการชั้นหนังแท้และผิวชั้นนอกเป็นหลัก แทบไม่มีภาระการพักฟื้น แต่ตั้งอยู่บนการทำซ้ำตามรอบ ส่วนแถบแนวตั้งต้องเย็บรวบขอบกล้ามเนื้อ จึงจัดอยู่ในขอบเขตของการผ่าตัด ค่าใช้จ่ายก็เทียบด้วยไม้บรรทัดเดียวกันไม่ได้ เพราะขอบเขตเปลี่ยนไปตามว่ากำจัดแค่ไขมัน หรือรวมการเย็บพลาทิสมา ทำใบหน้าไปพร้อมกันหรือไม่ และใช้การระงับความรู้สึกแบบใด ผมจึงยึดลำดับที่ว่ากำหนดขอบเขตให้ชัดก่อน แล้วค่อยแจ้งค่าใช้จ่าย
Q5. ถ้ากระชับแต่คอ จะดูไม่เข้ากับใบหน้าและแปลกกว่าเดิมหรือเปล่า
คนไข้ที่กังวลเรื่องนี้มีมากกว่าที่คิด และผมเห็นว่าเป็นความกังวลที่สมเหตุสมผล เพราะถ้าจัดแต่เส้นคอโดยปล่อยความหย่อนของใบหน้าส่วนล่างไว้ อาจเกิดรอยต่อที่มองเห็นได้ตรงแนวขากรรไกร ดังนั้นในการปรึกษา ผมจะเคลียร์ก่อนเสมอว่าเราจะดูเฉพาะคอ หรือดูใบหน้าไปด้วย มีคนไข้ที่แก้เฉพาะคอแล้วดูเป็นธรรมชาติจริง ๆ อยู่ และการตัดสินนั้นต้องดูมุมของเส้นคอควบคู่กับระดับความหย่อนของใบหน้าส่วนล่างจึงจะได้คำตอบ ไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินได้จากรูปเพียงใบเดียวหรือจากคำบอกเล่า
Dr.Tak Plastic Surgery | คลินิกเฉพาะทางยกกระชับใบหน้าเกาหลี
"To make people smile — ทำให้ผู้คนได้ยิ้ม"

