September 2, 2026

คิดว่าเป็นริ้วรอย แต่จริง ๆ คือกล้ามเนื้อ — รักษาคอเหี่ยวย่นและวิธีแยกแถบกล้ามเนื้อคอ ฉบับแพทย์เกาหลี

คิดว่าเป็นริ้วรอย แต่จริง ๆ คือกล้ามเนื้อ — รักษาคอเหี่ยวย่นและวิธีแยกแถบกล้ามเนื้อคอ ฉบับแพทย์เกาหลี

ถ้าใช้ครีมทาคอหมดไปสามกระปุกแล้วยังเหมือนเดิม

ตอนส่องกระจกก็ดูปกติดี จนมีคนถ่ายรูปคุณจากด้านข้าง คุณถึงเพิ่งสังเกตว่าเส้นที่ลากจากใต้คางลงมาถึงลำคอไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตั้งแต่วันนั้นคุณหยิบเสื้อคอเต่ามาใส่บ่อยขึ้น และเวลาประชุมออนไลน์ก็ค่อย ๆ ยกมุมกล้องขึ้นทีละนิด

คุณจึงซื้อครีมมาใช้ ต่อด้วยลูกกลิ้งนวด แล้วก็ท่าบริหารคอที่เห็นในคลิป คนไข้จำนวนมากที่มาหาผมผ่านลำดับนี้มาครบแล้วทั้งหมด และส่วนใหญ่เริ่มต้นเล่าด้วยประโยคเดียวกัน คือจ่ายเงินไปแล้วแต่ไม่มีอะไรเปลี่ยน

เวลาได้ยินประโยคนั้น ผมจะไม่สงสัยก่อนว่าหัตถการนั้นไม่ดี สิ่งที่ผมตรวจสอบก่อนคืออีกเรื่องหนึ่ง ชั้นที่หัตถการนั้นเล็ง กับชั้นที่เป็นต้นเหตุของคนไข้ เป็นชั้นเดียวกันหรือไม่ ถ้าสองอย่างนี้ไม่ตรงกัน ต่อให้ใช้เครื่องมือดีแค่ไหนก็ไม่เกิดผล

และในความเป็นจริง มันไม่ตรงกันบ่อยกว่าที่คุณคิด


ริ้วรอยที่คอไม่ใช่ปัญหาเดียว — แต่เป็นสามชั้น คือผิว ไขมัน และกล้ามเนื้อ

ขอตอบตรง ๆ ก่อนว่า ในคำว่า "ริ้วรอยที่คอ" มีปัญหาสามอย่างที่ต่างกันปนอยู่ ได้แก่ ริ้วรอยตื้นที่ผิวชั้นนอก ไขมันสะสมใต้คาง และแถบแนวตั้งที่เกิดจากกล้ามเนื้อด้านหน้าคอแยกออกจากกัน ต้นเหตุต่างกัน คำตอบจึงต่างกันตามไปด้วย

ข้อที่สามคือข้อที่มีความเข้าใจผิดมากที่สุด ขออธิบายศัพท์ให้ชัดก่อน

กล้ามเนื้อพลาทิสมา (platysma) คือกล้ามเนื้อแผ่นบางหนาราว 1–2 มิลลิเมตร ที่ทอดจากกระดูกไหปลาร้าและพังผืดหัวไหล่ขึ้นไปเกาะที่ขอบล่างของขากรรไกร บนใบหน้าไม่มีกล้ามเนื้อที่กว้างและบางขนาดนี้ เมื่ออายุมากขึ้น ขอบด้านหน้าของกล้ามเนื้อทั้งสองข้างจะแยกออกจากกันตรงแนวกลาง และขอบที่แยกออกนั้นจะนูนขึ้นใต้ผิวเป็นแถบแนวตั้งสองเส้น นี่คือสิ่งที่เรียกกันว่า คอไก่งวง (turkey neck) และในทางการแพทย์เรียกว่า แถบพลาทิสมา คำที่คนค้นหาอาจต่างกัน แต่สิ่งที่หมายถึงคือสิ่งเดียวกัน

ประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้ แถบไม่ใช่ริ้วรอย แต่คือกล้ามเนื้อ ครีมที่ออกฤทธิ์ที่ผิว บูสเตอร์ที่กระตุ้นชั้นหนังแท้ หรือคลื่นวิทยุที่กระชับผิว ล้วนไม่สามารถย้อนการแยกของกล้ามเนื้อได้ เพราะเล็งคนละชั้นกัน

ดังนั้นคำถามที่ว่า "ริ้วรอยที่คอใช้อะไรได้ผล" จึงไม่มีคำตอบ คำถามต้องลงลึกอีกหนึ่งขั้นก่อน


30 วินาทีหน้ากระจก เพื่อดูว่าคอของคุณเป็นแบบไหน

สิ่งที่ผมตรวจในห้องตรวจจริง ๆ มีบางส่วนที่คุณลองทำเองที่บ้านได้ ไม่ใช่การวินิจฉัยที่สมบูรณ์ แต่พอจะบอกทิศทางได้

ทดสอบกัดฟัน — มองกระจก กัดฟันแน่น ๆ พร้อมดึงมุมปากลงให้สุด ถ้ามีแถบแนวตั้งสองเส้นนูนขึ้นที่ด้านหน้าคอ แสดงว่ากล้ามเนื้อพลาทิสมาทำงาน ถ้าผ่อนแรงแล้วแถบยังอยู่ แสดงว่าแถบยึดตัวถาวรแล้ว

ทดสอบเงยหน้า — เงยหน้ามองเพดาน ถ้าริ้วรอยแนวนอนคลี่ออก ปัญหาอยู่ใกล้ผิวชั้นนอก ถ้ายังพับอยู่เหมือนเดิม แสดงว่าร่องลึกถึงชั้นหนังแท้แล้ว

ทดสอบหยิบผิว — ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้หยิบเนื้อใต้คาง ถ้าหยิบได้หนา คือไขมัน ถ้าหยิบได้แค่ผิวบาง ๆ ที่ยืดออก คือความหย่อน ถ้าหยิบไม่ได้แต่รูปทรงเสียไปแล้ว ให้สงสัยกล้ามเนื้อหรือโครงกระดูก

ดูมุมจากด้านข้าง — ในรูปถ่ายด้านข้าง ให้ดูมุมระหว่างใต้ขากรรไกรกับลำคอ เกณฑ์ของเส้นคอที่ดูอ่อนเยาว์และคมชัดคือ 105–120 องศา ยิ่งมุมนี้ทู่ลงเท่าไร ก็ยิ่งดูอายุมากขึ้น ไม่ว่าจะนับริ้วรอยได้กี่เส้นก็ตาม

มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากบอก คือ คนส่วนใหญ่เข้าข่ายสองข้อขึ้นไปพร้อมกัน ความชราของคอไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเรียบร้อยในชั้นเดียว นี่แหละคือเหตุผลที่การเลือกจึงยาก


ทำไมริ้วรอยแนวนอนกับแถบแนวตั้งจึงต้องรักษาต่างกัน

ขอตอบก่อนว่า ริ้วรอยแนวนอนคือปัญหาของ "แรงพับ" ส่วนแถบแนวตั้งคือปัญหาของ "แรงแยก" ทิศทางตรงข้ามกัน วิธีจัดการจึงตรงข้ามกันด้วย

ริ้วรอยแนวนอนเกิดจากการก้มคอซ้ำ ๆ จนรอยพับสะสมอยู่ที่ตำแหน่งเดิม แล้วสภาพผิวคอก็ซ้ำเติมเข้าไปอีก ผิวคอบางกว่าผิวหน้า และมีความหนาแน่นของต่อมไขมันต่ำ จึงสร้างน้ำมันเองไม่ได้ ทั้งแห้งและถูกพับอยู่ตลอด ริ้วรอยจึงถูกกดจนกลายเป็นร่อง

และช่วงหลังยังมีอีกปัจจัยหนึ่งเพิ่มเข้ามา แค่ก้มศีรษะ 15 องศา น้ำหนักที่ลงบนกระดูกคอก็เพิ่มเป็นราว 12 กิโลกรัม ถ้าก้มถึง 60 องศาจะสูงถึง 27 กิโลกรัม ถ้าคุณอยู่ในท่านั้นวันละหลายชั่วโมงเพื่อมองจอ คอของคุณก็กำลังถูกพับที่ตำแหน่งเดิมด้วยวิธีเดิมทุกวัน

ผมพูดเรื่องนี้บ่อยในห้องตรวจ เพราะคนไข้อายุปลายยี่สิบที่มาปรึกษาเรื่องริ้วรอยที่คอเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และส่วนใหญ่ต้นเหตุคือท่าทางกับความแห้ง ไม่ใช่ความชรา ในกรณีเหล่านี้ผมไม่มีเหตุผลที่จะพูดถึงการผ่าตัดเลย

ในทางกลับกัน แถบแนวตั้งไม่ได้เกิดจากท่าทาง ขอบกล้ามเนื้อแยกออกจากกันทางกายภาพแล้วที่แนวกลาง การจะย้อนกลับได้จึงมีแค่การเย็บรวบขอบนั้นกลับเข้าหากัน หรือทำให้กล้ามเนื้อหดตัวน้อยลงเพื่อให้แถบไม่นูนเด่น

คอเดียวกันแท้ ๆ แต่คำตอบแยกกันขนาดนี้ แล้วในทางปฏิบัติ ทางเลือกแบ่งออกอย่างไร


ปรึกษาแบบ 1:1 ที่เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้

✅✅ เราจะแยกก่อนว่าริ้วรอยหรือความหย่อนที่คอของคุณมาจากชั้นไหน แล้วอธิบายเปรียบเทียบทั้งหัตถการและการผ่าตัดทุกทางเลือก
✅✅ ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจผ่าตัดหรือไม่ เราให้ความเห็นตรงไปตรงมา
📲 เว็บไซต์ทางการ Dr.Tak Plastic Surgery ไอคอนแชทมุมขวาล่าง → ปรึกษาแบบเรียลไทม์


โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ เครื่องมือพลังงาน และการผ่าตัดยกคอ — แต่ละอย่างไปได้ถึงไหน

สรุปแก่นก่อน ความลึกทางกายวิภาคที่แต่ละวิธีไปถึงได้ คือเพดานของวิธีนั้น ตารางด้านล่างจัดเรียงตามความลึกนั้น

หัวข้อเปรียบเทียบ โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์·บูสเตอร์ คลื่นวิทยุ·อัลตราซาวด์·ร้อยไหม ผ่าตัดยกคอ
ชั้นเป้าหมายหลัก แรงหดกล้ามเนื้อ หนังแท้·ใต้ผิวหนัง หนังแท้ถึง SMAS ผิว·ไขมัน·พลาทิสมา
ริ้วรอยแนวนอนตื้น บางส่วน ดี บางส่วน ดี
แถบแนวตั้ง ลดความนูนเด่น ได้ผลยาก จำกัด แก้ที่ต้นเหตุได้
ไขมันใต้คาง ไม่ได้ผล ไม่ได้ผล บางส่วน กำจัดโดยตรง
กำจัดผิวส่วนเกิน ทำไม่ได้ ทำไม่ได้ ทำไม่ได้ ทำได้
เห็นผลเมื่อไร 3–7 วัน ทันที–2 สัปดาห์ 1–3 เดือน ค่อยเป็นค่อยไปหลังยุบบวม
ระยะเวลาคงอยู่ 3–6 เดือน 6–9 เดือน 6–12 เดือน กึ่งถาวร
ต้องทำซ้ำ ต้องทำต่อเนื่อง ต้องทำต่อเนื่อง ต้องทำต่อเนื่อง โดยหลักครั้งเดียว
ระยะพักฟื้น ไม่มี 1–3 วัน ไม่กี่วัน บวม 2–3 สัปดาห์
แผลเป็น ไม่มี ไม่มี ไม่มี แผลรอบหู·ใต้คาง

📍 Bottom line: หัตถการที่ไม่ผ่าตัดเก่งเรื่อง ทำให้ผิวดีขึ้น ส่วนการผ่าตัดเก่งเรื่อง เปลี่ยนโครงสร้าง ถ้าปัญหาอยู่ที่ผิวชั้นนอก หัตถการก็เพียงพอ แต่ถ้าโครงสร้างพังแล้ว ต่อให้ทำหัตถการซ้ำกี่ครั้งก็ไปไม่ถึง

พอดูตารางนี้ คุณคงพอเดาได้ว่าทำไมคนจำนวนมากถึงบอกว่า "ไม่เห็นผล" ช่องที่กำจัดผิวส่วนเกินได้มีแค่คอลัมน์สุดท้ายเท่านั้น


แต่ละแบบควรเลือกอะไรก่อน — และกรณีที่การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบ

ในการปรึกษา ผมเรียงลำดับให้แบบนี้

ริ้วรอยแนวนอนตื้นเป็นหลักและผิวแห้ง — บูสเตอร์ พร้อมการบำรุงความชุ่มชื้นและกันแดดมาเป็นอันดับแรก การพูดถึงการผ่าตัดในขั้นนี้ถือว่าเกินความจำเป็น

ริ้วรอยแนวนอนลึกและความยืดหยุ่นลดลงพร้อมกัน — ใช้เครื่องมือพลังงานกระตุ้นหนังแท้ควบคู่กับฟิลเลอร์เติมร่องเป็นแนวทางที่สมจริง แต่ขอให้ทราบล่วงหน้าว่าเส้นทางนี้ตั้งอยู่บนการทำซ้ำ

แถบแนวตั้งยังเห็นแม้ผ่อนแรงกล้ามเนื้อ — โบท็อกซ์ช่วยลดความนูนเด่นได้ แต่กับแถบที่ยึดตัวแล้วมีข้อจำกัดชัดเจน การเย็บรวบขอบกล้ามเนื้อคือคำตอบที่ต้นเหตุ

มีทั้งไขมันใต้คางและผิวหย่อน — ถ้ากำจัดแต่ไขมัน อาจเหลือแต่ผิวเปล่าที่ห้อยลงมามากกว่าเดิม ต้องจัดวางผิวใหม่ควบคู่ไปด้วย

เส้นคอเสียรูปพร้อมกับใบหน้าที่หย่อนคล้อย — ถ้ายกเฉพาะคอจะเกิดรอยต่อให้เห็น ต้องออกแบบไปพร้อมกับใบหน้าจึงจะดูเป็นธรรมชาติ

และขอพูดตรง ๆ ว่า การผ่าตัดนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ผู้ที่เลิกบุหรี่ได้ยาก ผู้ที่มีประวัติแผลเป็นนูนชัดเจน ผู้ที่เบาหวานคุมไม่ได้หรือมีแนวโน้มเลือดออกง่าย และผู้ที่ไม่สามารถจัดเวลาพักฟื้น 2–3 สัปดาห์ได้จริง ๆ ผมจะไม่แนะนำให้ผ่าตัด กรณีเหล่านี้การดูแลด้วยหัตถการไปก่อนแล้วรอจังหวะที่เหมาะสมดีกว่ามาก

เรื่องค่าใช้จ่ายผมก็บอกล่วงหน้าเช่นกัน หัตถการและการผ่าตัดบริเวณคอมีช่วงราคากว้างตามขอบเขต ว่ากำจัดแค่ไขมัน หรือรวมการเย็บกล้ามเนื้อพลาทิสมา ทำใบหน้าไปพร้อมกันหรือไม่ และใช้การระงับความรู้สึกแบบใด ผมจึงไม่บอกตัวเลขก่อน แต่จะ กำหนดให้ชัดก่อนว่าต้องแก้ถึงระดับไหน แล้วค่อยแจ้งค่าใช้จ่าย ถ้าสลับลำดับกัน ขอบเขตมักขยายเกินความจำเป็น


ถ้าเลือกผ่าตัด — การพักฟื้นจะเป็นแบบนี้

ช่วงเวลา สภาพ สิ่งที่ควรทำ
หลังผ่าตัด–3 วัน บวมและช้ำมากที่สุด นอนยกลำตัวสูง ประคบเย็น
สัปดาห์ที่ 1 ช่วงตัดไหม อย่าเงยหรือก้มคออย่างรวดเร็ว
สัปดาห์ที่ 2–3 อาการบวมลดลงเป็นส่วนใหญ่ กลับสู่กิจวัตรเบา ๆ กันแดด
เดือนที่ 1–3 แผลเป็นแดงและกำลังปรับตัว ติดเทปควบคู่กับการดูแลแผลเป็น
เดือนที่ 3–6 สีแดงจางลง เส้นแผลบางลง ดูแลแผลเป็นตามนัดต่อเนื่อง

สิ่งที่ผมเน้นที่สุดในช่วงพักฟื้นไม่ใช่อาการบวม แต่คือแผลเป็น อาการบวมเวลาจะจัดการให้เอง แต่แผลเป็นนั้นการดูแลเป็นตัวเปลี่ยนผลลัพธ์ คอเป็นบริเวณที่เคลื่อนไหวมาก ถ้ามีแรงดึงในช่วงแรก เส้นแผลจะกว้างขึ้นได้ง่าย เราจึงไม่ปล่อยให้คนไข้ผ่านช่วงนี้ไปตามลำพัง


ทำไมผ่าตัดแบบเดียวกันแต่ผลต่างกัน — สิ่งที่เรายึดถือ

จากการทำงานด้านการยกกระชับใบหน้าและด้านริมฝีปาก·ฟิลทรัมมามากกว่า 15 ปี สิ่งที่ผมยืนยันได้คือ ความต่างของผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ แต่อยู่ที่ การออกแบบและการดูแลหลังผ่าตัด จะซ่อนแผลไว้ตรงไหน จะจัดการกล้ามเนื้อพลาทิสมาถึงขอบเขตใด และจะดูแล 6 เดือนหลังจากนั้นอย่างไร สิ่งเหล่านี้กำหนดเส้นคอในอีกหนึ่งปีข้างหน้า

🏥 สิ่งที่เรายึดเป็นหลักฐาน

  • ประสบการณ์ผ่าตัด มากกว่า 15 ปี ในด้านการยกกระชับใบหน้าและริมฝีปาก·ฟิลทรัม
  • รีวิว Google มากกว่า 200 รายการ คะแนนเต็ม 5 จากคนไข้
  • ระบบนัดหมายล่วงหน้า 100% ตั้งแต่ปรึกษาจนถึงการดูแลหลังผ่าตัด
  • โปรแกรมดูแลแผลเป็นต่อเนื่อง 6 เดือนหลังผ่าตัด

💬 "To make people smile — ทำให้ผู้คนได้ยิ้ม"


ระบบดูแลคนไข้ 4S ของ Dr.Tak — ให้ความสำคัญกับคน ไม่ใช่หัตถการ

Solution — แผนเฉพาะบุคคล 1:1 โดยผู้อำนวยการ Tak Seungwan

  • ความเข้าใจและการสื่อสารอย่างจริงใจ: สะท้อนความต้องการของคนไข้ลงในแผนผ่าตัดอย่างครบถ้วน
  • วิเคราะห์สัดส่วนทองคำของใบหน้าอย่างละเอียด: วัดทีละชั้นว่าปัญหาเส้นคอมาจากผิว ไขมัน หรือกล้ามเนื้อพลาทิสมา
  • จำลองการเปลี่ยนแปลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังผ่าตัด

Support — ผู้ประสานงานเฉพาะบุคคล 1:1 ระดับสากล

  • จัดผู้ประสานงานเฉพาะตามประเทศ (ไม่มีกำแพงภาษา)
  • ดูแลร่วมทางตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ปรึกษา ผ่าตัด จนถึงการดูแลหลังผ่าตัด
  • ระบบนัดหมายล่วงหน้า 100% (สภาพแวดล้อมการรักษาที่เป็นส่วนตัว)

Scar Care — ดูแลแผลเป็นเข้มข้น 6 เดือน

รายการ ระยะเวลา เนื้อหา
การติดเทปควบคุม 3–6 เดือน ป้องกันแผลเป็นถ่างกว้าง
ฉีดยาลดแผลเป็น 6 เดือน (เดือนละ 1 ครั้ง) ลดแผลเป็นนูน
การรักษาด้วยเลเซอร์ 6 เดือน ลดรอยแดงบริเวณผ่าตัด

Service — รับประกันการดูแลหลังผ่าตัดฟรี 1 ปี

  • รับประกัน การดูแลหลังผ่าตัดฟรีภายใน 1 ปี
  • ดูแลรับผิดชอบจนถึงที่สุด
  • ※ กรณีใช้ยาระงับความรู้สึกแบบหลับ อาจมีค่าใช้จ่ายพื้นฐานของการระงับความรู้สึกเพิ่มเติม

หากต้องการทราบเพิ่มเติม — ช่องทางทางการ

🌐 เว็บไซต์ทางการ Dr.Tak Plastic Surgery drtakprs.com
📝 รายละเอียดและบันทึกแยกตามหัตถการ
📹 สื่อวิดีโอเกี่ยวกับหลักการผ่าตัดและกระบวนการพักฟื้น


6 เรื่องที่ควรเรียบเรียงให้ชัดก่อนตัดสินใจ

✅ ปัญหาของฉันคือริ้วรอยแนวนอน แถบแนวตั้ง หรือไขมันใต้คาง
✅ เมื่อผ่อนแรงกล้ามเนื้อแล้ว ยังเห็นแถบแนวตั้งอยู่หรือไม่
✅ ที่ผ่านมาเคยทำอะไรมาบ้าง และผลเป็นอย่างไร
✅ ฉันรับการดูแลซ้ำต่อเนื่องไหวหรือไม่ หรืออยากจบในครั้งเดียว
✅ ช่วงไหนที่ฉันจัดเวลาพักฟื้น 2–3 สัปดาห์ได้จริง
✅ ใบหน้าหย่อนคล้อยไปพร้อมกันด้วยหรือไม่

ถ้าเรียบเรียงมาก่อน เวลาส่วนใหญ่ในการปรึกษาจะถูกใช้ไปกับการหาคำตอบ ผมหวังว่าบทความนี้จะช่วยในการเรียบเรียงนั้น


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) — 5 ข้อ

นี่คือคำถามที่ได้รับมากที่สุดจริง ๆ ในการปรึกษาเรื่องคอ

Q1. ครีมทาคอหรือการนวดคอช่วยให้ดีขึ้นจริงไหม

ขอพูดตรง ๆ ว่าขอบเขตที่ดีขึ้นนั้นมีเส้นกำหนดชัดเจน ผิวคอมีความหนาแน่นของต่อมไขมันต่ำและสร้างน้ำมันเองไม่ได้ ดังนั้นการบำรุงความชุ่มชื้นและกันแดดอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ริ้วรอยตื้นดูไม่คมชัดได้จริง แต่ครีมออกฤทธิ์ที่ผิวชั้นนอกและหนังแท้ส่วนบน จึงไปไม่ถึงร่องที่ลึกแล้ว และไปไม่ถึงแถบแนวตั้งที่เกิดจากกล้ามเนื้อแยกตัว ผมจะอธิบายความต่างนี้ก่อน แล้วให้คนไข้ตัดสินใจเองว่าจะดูแลที่บ้านต่อหรือไม่

Q2. อายุยี่สิบกว่าแต่มีริ้วรอยที่คอแล้ว ควรทำหัตถการไหม

ไม่กี่ปีมานี้คนไข้อายุปลายยี่สิบที่มาปรึกษาเรื่องริ้วรอยที่คอเพิ่มขึ้นชัดเจน แต่เมื่อตรวจแล้ว ต้นเหตุส่วนใหญ่คือท่าทางและความแห้ง ไม่ใช่ความชรา การก้มศีรษะ 15 องศาทำให้น้ำหนักที่ลงบนคอเพิ่มเป็นราว 12 กิโลกรัม และถ้าทำซ้ำวันละหลายชั่วโมง รอยพับก็จะสะสมที่ตำแหน่งเดิม ในขั้นนี้ การปรับความสูงของจอ ใช้หมอนที่เตี้ยลง และบำรุงความชุ่มชื้นกับกันแดดลงมาถึงคอ มีประสิทธิภาพสูงกว่าหัตถการใด ๆ มาก ผมมักบอกคนไข้กลุ่มนี้ว่ายังไม่ต้องทำอะไร แล้วกลับมาดูกันใหม่ในอีก 6 เดือน

Q3. ร้อยไหมแล้วจะได้ผลใกล้เคียงกับการผ่าตัดยกคอไหม

คำถามนี้ผมได้รับบ่อยมาก ขอตอบตรงว่าทั้งสองวิธีไปถึงคนละชั้นกัน การร้อยไหมคือการเกี่ยวเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังแล้วดึงขึ้น จึงช่วยจัดรูปทรงได้ แต่ไม่สามารถกำจัดผิวที่ยืดออกแล้ว และไม่สามารถเย็บขอบกล้ามเนื้อพลาทิสมาที่แยกออกให้กลับมาชิดกันได้ ดังนั้นสำหรับคนที่ผิวส่วนเกินไม่มากและปัญหาหลักคือความยืดหยุ่นลดลง ร้อยไหมเป็นทางเลือกที่ดี แต่สำหรับคนที่แถบแนวตั้งยังอยู่แม้ผ่อนแรง ผลมักไม่น่าพอใจ คนไข้จำนวนไม่น้อยที่มาบอกผมด้วยความผิดหวังหลังร้อยไหม อยู่ในกลุ่มหลังนี้

Q4. ริ้วรอยแนวนอนกับแถบแนวตั้ง วิธีรักษาและค่าใช้จ่ายต่างกันไหม

ต่างกันพอสมควรครับ ริ้วรอยแนวนอนใช้หัตถการที่จัดการชั้นหนังแท้และผิวชั้นนอกเป็นหลัก แทบไม่มีภาระการพักฟื้น แต่ตั้งอยู่บนการทำซ้ำตามรอบ ส่วนแถบแนวตั้งต้องเย็บรวบขอบกล้ามเนื้อ จึงจัดอยู่ในขอบเขตของการผ่าตัด ค่าใช้จ่ายก็เทียบด้วยไม้บรรทัดเดียวกันไม่ได้ เพราะขอบเขตเปลี่ยนไปตามว่ากำจัดแค่ไขมัน หรือรวมการเย็บพลาทิสมา ทำใบหน้าไปพร้อมกันหรือไม่ และใช้การระงับความรู้สึกแบบใด ผมจึงยึดลำดับที่ว่ากำหนดขอบเขตให้ชัดก่อน แล้วค่อยแจ้งค่าใช้จ่าย

Q5. ถ้ากระชับแต่คอ จะดูไม่เข้ากับใบหน้าและแปลกกว่าเดิมหรือเปล่า

คนไข้ที่กังวลเรื่องนี้มีมากกว่าที่คิด และผมเห็นว่าเป็นความกังวลที่สมเหตุสมผล เพราะถ้าจัดแต่เส้นคอโดยปล่อยความหย่อนของใบหน้าส่วนล่างไว้ อาจเกิดรอยต่อที่มองเห็นได้ตรงแนวขากรรไกร ดังนั้นในการปรึกษา ผมจะเคลียร์ก่อนเสมอว่าเราจะดูเฉพาะคอ หรือดูใบหน้าไปด้วย มีคนไข้ที่แก้เฉพาะคอแล้วดูเป็นธรรมชาติจริง ๆ อยู่ และการตัดสินนั้นต้องดูมุมของเส้นคอควบคู่กับระดับความหย่อนของใบหน้าส่วนล่างจึงจะได้คำตอบ ไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินได้จากรูปเพียงใบเดียวหรือจากคำบอกเล่า


Dr.Tak Plastic Surgery | คลินิกเฉพาะทางยกกระชับใบหน้าเกาหลี
"To make people smile — ทำให้ผู้คนได้ยิ้ม"