มุมปากคือส่วนที่กำหนดความรู้สึกของรอยยิ้มเป็นอันดับแรก หากคุณกังวลกับผลลัพธ์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติหลังการผ่าตัดครั้งแรก Dr.Tak จะเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ว่าอะไรคือสาเหตุของความไม่เป็นธรรมชาตินั้น แล้วออกแบบเส้นรอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติขึ้นมาใหม่ เราดำเนินการแก้ไขเฉพาะส่วนที่จำเป็นจริง ๆ โดยไม่มีการรักษาที่เกินจำเป็น
เหมาะสำหรับผู้ที่มีลักษณะเหล่านี้
- ผู้ที่มุมปากยกสูงเกินไปจนดูเหมือน 'โจ๊กเกอร์' และดูไม่เป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่ปลายมุมปากดูทื่อเป็นเหลี่ยมจนดูฝืน ๆ ไม่เป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่รู้สึกว่ามุมปากยกขึ้นแม้ในยามไม่มีสีหน้า จนดูขัดตา
- ผู้ที่มีมุมปากซ้าย-ขวาไม่สมมาตรทั้งความสูงและรูปทรง
- ผู้ที่มีแผลเป็นบริเวณมุมปากที่เห็นได้ชัดเจนหรือรู้สึกตึงรั้ง
- ผู้ที่ผลลัพธ์ไม่เพียงพอ หรือมุมปากตกลงมาอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไป
เหตุใดการผ่าตัดแก้ไขมุมปากจึงยากกว่า
มุมปากเป็นบริเวณที่กล้ามเนื้อยกมุมปาก (levator anguli oris) กล้ามเนื้อดึงมุมปากลง (depressor anguli oris) รวมถึงเยื่อบุและผิวหนังเกี่ยวพันกันอยู่ บริเวณที่เคยผ่าตัดมาแล้วจะมีเนื้อเยื่อแผลเป็นและพังผืดเพิ่มเข้ามา จึงต้องอาศัยวิธีการที่ละเอียดประณีตกว่าการผ่าตัดครั้งแรกอย่างมาก เพราะความต่างเพียง 0.5 มิลลิเมตรสามารถเปลี่ยนความรู้สึกของรอยยิ้มทั้งหมดได้ การผ่าตัดแก้ไขจึงต้องการทั้งความสามารถในการวิเคราะห์และทักษะฝีมือที่สูงกว่า Dr.Tak Plastic Surgery ในฐานะคลินิกเฉพาะทางที่ดูแลมุมปากและริมฝีปากมาอย่างเข้มข้น จึงรับมือกับความยากนี้ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมา
แก้ไขปัญหาแบบใด ด้วยวิธีใด
ปัญหาที่เกิดจากการผ่าตัดครั้งก่อนจะมีวิธีการแก้ไขที่แตกต่างกันไปตามแต่ละประเภท
- การแก้ไขมากเกินไป (ปากแบบโจ๊กเกอร์): ผ่อนมุมปากที่ยกสูงเกินไปให้ลดลง และปรับให้กลับมากลมกลืนกับเส้นริมฝีปากบนอีกครั้ง พร้อมทั้งปรับสมดุลระหว่างกล้ามเนื้อยกมุมปากและกล้ามเนื้อดึงมุมปากลงไปด้วยกัน
- มุมปากเป็นเหลี่ยม: ปรับแต่งปลายมุมปากที่ทื่อและดูฝืนให้กลับมาเป็นเส้นโค้งที่คมและดูเป็นธรรมชาติอีกครั้ง
- ความไม่สมมาตรซ้าย-ขวา: ออกแบบความสูงและรูปทรงของมุมปากซ้าย-ขวาใหม่เพื่อให้สมมาตรกัน
- แผลเป็นที่เห็นชัดหรือตึงรั้ง: ตัดเนื้อเยื่อแผลเป็นออก แล้วปรับปรุงตำแหน่งและทิศทางด้วยการเย็บแบบไมโคร (micro-suturing)
- การแก้ไขน้อยเกินไป·การตกซ้ำ: ในกรณีที่มุมปากยกขึ้นไม่เพียงพอหรือตกลงมาอีกครั้ง จะแก้ไขให้เป็นธรรมชาติใหม่โดยพิจารณาสภาพของแผลเป็นและกล้ามเนื้อ
เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติทั้งในยามไม่มีสีหน้าและยามยิ้ม เราจะดูแลไปถึงสมดุลของเยื่อบุและกล้ามเนื้อพร้อมกัน
หลักการผ่าตัดแก้ไขมุมปากของ Dr.Tak
- วิเคราะห์แผลเป็นและโครงสร้างอย่างละเอียด — วินิจฉัยสภาพแผลเป็นและการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อกับเยื่อบุในบริเวณที่เคยผ่าตัดมาอย่างละเอียด
- ปรึกษาวิเคราะห์สาเหตุแบบตัวต่อตัว — ทำความชัดเจนก่อนว่า 'เหตุใดจึงดูไม่เป็นธรรมชาติ' หากผ่าตัดใหม่โดยไม่รู้สาเหตุ ปัญหาเดิมก็จะเกิดซ้ำอีก
- ตั้งความคาดหวังตามความเป็นจริง — อธิบายอย่างตรงไปตรงมาว่าสิ่งใดสามารถแก้ไขกลับคืนได้ และสิ่งใดที่ทำได้ยาก
- ออกแบบเส้นที่เป็นธรรมชาติขึ้นใหม่ — จัดการแผลเป็นด้วยการเย็บแบบไมโคร และจัดความสมมาตรซ้าย-ขวาใหม่ให้ดูเป็นธรรมชาติทั้งในยามไม่มีสีหน้าและยามยิ้ม
ระยะเวลาที่เหมาะสมในการผ่าตัดแก้ไข
การดำเนินการหลังจากเนื้อเยื่อคงตัวแล้วอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไปนับจากการผ่าตัดครั้งแรกถือว่าปลอดภัยกว่า หากเร็วเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงของการที่แผลเป็นแย่ลงหรือเลือดมาเลี้ยงไม่เพียงพอ
การดูแลหลังผ่าตัด — เป็นตัวกำหนดผลลัพธ์
การติดเทป (taping) ให้สอดคล้องกับทิศทางของแนวแผลผ่าตัดจะช่วยป้องกันไม่ให้แผลเป็นแยกออกจากกัน การสูบบุหรี่จะทำให้การสมานแผลล่าช้า จึงแนะนำให้งดบุหรี่อย่างน้อย 3 เดือน และหากเป็นไปได้ควรงด 6 เดือน เพื่อไม่ให้แผลเป็นแข็งตัว สามารถนวดเป็นประจำควบคู่ไปกับการฉีดยาแก้แผลเป็นเมื่อจำเป็น
ผลลัพธ์ที่คาดหวังและข้อจำกัดที่เราขอบอกอย่างตรงไปตรงมา
การผ่าตัดแก้ไขมีเงื่อนไขที่ยุ่งยากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก เนื่องจากเนื้อเยื่อแผลเป็นและการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อที่เกิดจากการผ่าตัดครั้งก่อน บางกรณีจึงยากที่จะแก้ไขกลับคืนได้อย่างสมบูรณ์ตามที่ต้องการ และอาจมีแผลเป็นหลงเหลืออยู่บางส่วน นอกจากนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพของเนื้อเยื่อ บางครั้งอาจไม่สามารถจบได้ในครั้งเดียวและต้องดำเนินการเป็นขั้นตอน อีกทั้งความเร็วในการฟื้นตัวและผลลัพธ์ก็มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล Dr.Tak จะวินิจฉัยวิธีการของการผ่าตัดครั้งแรกและสภาพแผลเป็นอย่างแม่นยำ แล้วอธิบายแยกแยะอย่างตรงไปตรงมาว่าสิ่งใดสามารถแก้ไขกลับคืนได้และสิ่งใดที่ทำได้ยากก่อนจะดำเนินการ
