foreign-body-removal

ละลายฟิลเลอร์ชนิดละลายได้ (Hyaluronic Acid)

ใช้เอนไซม์ Hyaluronidase ละลายฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก อย่างปลอดภัย ไม่ต้องกรีด ไม่มีรอยแผลเป็น ฟื้นตัวเร็ว — เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อค้นพบในระยะเริ่มต้นค่ะ

ฟิลเลอร์ละลายได้กลุ่มกรดไฮยาลูโรนิกจะค่อยๆ ดูดซึมตามเวลา แต่บางครั้งอาจคงอยู่นานเกินคาด หรือเกิดผลข้างเคียง เช่น เป็นก้อน, เคลื่อนที่ โดยเฉพาะกรณีที่ฉีดมากเกินไปหรือฉีดในตำแหน่งไม่เหมาะสม อาจต้องกำจัดทันที Dr.Tak ศัลยกรรมความงาม ในฐานะคลินิกศัลยกรรมเฉพาะทางริมฝีปาก ใช้ประสบการณ์ทางคลินิกที่ยาวนานในการกำจัดฟิลเลอร์อย่างปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ช่วยให้คุณกลับมามีริมฝีปากที่เป็นธรรมชาติและสุขภาพดี

สัญญาณเริ่มต้นของผลข้างเคียงจากสิ่งแปลกปลอม

ริมฝีปากแม้จะเกิดผลข้างเคียงจากสิ่งแปลกปลอม ก็มักไม่มีอาการเจ็บมาก แต่ผลข้างเคียงทำให้การไหลเวียนเลือดไม่ดี ส่งผลต่ออาการดังนี้:

• ริมฝีปากแตกบ่อยโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
• อาการผลข้างเคียงค่อยๆ ปรากฏในช่วงหลายปี
• อาการบวมเมื่อเหนื่อยหรือสภาพไม่ดี
• ความรู้สึกแปลกปลอมที่คงอยู่แม้ผ่านไป 1 ปีหลังการฉีด

หากมีสัญญาณเหล่านี้ ควรปรึกษาทันทีค่ะ ยิ่งค้นพบเร็ว ยิ่งสามารถกำจัดได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องกรีด

วิธีละลายฟิลเลอร์ละลายได้

  1. การฉีด Hyaluronidase — ฉีดเอนไซม์ที่ละลายกรดไฮยาลูโรนิกเข้าไปในตำแหน่งฟิลเลอร์โดยตรง วิธีนี้ค่อนข้างง่ายและได้ผลเร็ว แต่บางครั้งอาจต้องทำหลายครั้ง

  2. การกำจัดด้วยการผ่าตัด — กรณีฟิลเลอร์เป็นก้อนหรือเกิดเป็นแคปซูล การผ่าตัดเอาออกตรงๆ จะแน่นอนกว่า Dr.Tak ศัลยกรรมความงาม จะกรีดเล็กๆ เพื่อกำจัดฟิลเลอร์อย่างแม่นยำ ลดการกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง

ข้อดีของการละลายฟิลเลอร์ละลายได้

• การกำจัดค่อนข้างง่าย และส่วนใหญ่ทำได้แบบไม่ต้องกรีด
• ระยะเวลาฟื้นตัวสั้น สามารถใช้ชีวิตปกติได้เร็ว (โดยทั่วไป 1-3 วัน)
• ความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงต่ำ
• แทบไม่มีรอยแผลเป็น
• สามารถยกผิวและฟื้นฟูความยืดหยุ่นไปพร้อมกันได้

ข้อควรระวังในการใช้ Hyaluronidase

• อาจเกิดอาการแพ้ในบางท่าน จึงต้องทดสอบล่วงหน้า
• ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณฟิลเลอร์ อาจต้องทำหลายครั้ง
• กรณีฟิลเลอร์ซึมลึกในเนื้อเยื่อ อาจกำจัดไม่หมด ต้องใช้วิธีแบบขั้นตอน
• อาจมีอาการบวมหรือการอักเสบชั่วคราวหลังการฉีด ปกติหายเองภายในไม่กี่วัน

ความเชี่ยวชาญพิเศษของDr.Tak

Dr.Tak ศัลยกรรมความงาม เป็นคลินิกศัลยกรรมที่เชี่ยวชาญด้านริมฝีปาก เรามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับโครงสร้างทางกายวิภาคของริมฝีปาก, การกระจายของหลอดเลือด, การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ จึงสามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอมได้อย่างปลอดภัยและแน่นอน เนื่องจากสภาพริมฝีปากและประเภท·การกระจายของฟิลเลอร์ในผู้ป่วยแต่ละท่านแตกต่างกัน เราจึงไม่ใช้วิธีเดียวกันทั้งหมด แต่ใช้การวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อค้นหาวิธีกำจัดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละท่านค่ะ

เหมาะกับใคร

• ผู้ที่ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกที่ฉีดไว้ก่อนหน้านี้แข็งขึ้น
• ริมฝีปากแตกหรือแยกบ่อย
• รูปร่างริมฝีปากผิดธรรมชาติหลังฉีดฟิลเลอร์
• ต้องการละลายฟิลเลอร์เพื่อกลับสู่ริมฝีปากเดิมแบบธรรมชาติ
• ต้องการแบบไม่กรีด·ฟื้นตัวเร็ว

คำถามที่พบบ่อย

ฟิลเลอร์ชนิดสลายได้ (กรดไฮยาลูรอนิก) ถ้าปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ จะสลายไปเองไม่ใช่หรือ?
เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายจะดูดซึมไปได้ก็จริง แต่บางครั้งอาจคงอยู่นานกว่าที่คาด หรือเกิดผลข้างเคียง เช่น การจับตัวเป็นก้อนหรือการเคลื่อนตัว หากฉีดในปริมาณที่มากเกินไป หรือฉีดผิดตำแหน่ง ก็อาจจำเป็นต้องสลายออกทันที
ฟิลเลอร์ชนิดสลายได้กำจัดออกด้วยวิธีใด?
วิธีพื้นฐานคือการฉีดเอนไซม์สลายฟิลเลอร์ (ไฮยาลูโรนิเดส) ซึ่งทำหน้าที่ย่อยสลายกรดไฮยาลูรอนิก โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ในกรณีที่ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนหรือถูกหุ้มด้วยพังผืด จะใช้การกรีดแผลขนาดเล็กเพื่อนำออกโดยตรง ทั้งนี้จะเลือกวิธีให้เหมาะสมตามสภาพของแต่ละราย
ระยะพักฟื้นและแผลเป็นเป็นอย่างไร?
ส่วนใหญ่สามารถทำได้โดยไม่ต้องกรีดผ่าตัด จึงฟื้นตัวเร็ว (โดยทั่วไปประมาณ 1–3 วัน) แทบไม่ทิ้งรอยแผลเป็น และมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงค่อนข้างต่ำ
สลายหมดได้ในครั้งเดียวเลยไหม?
อาจต้องทำหลายครั้ง ขึ้นอยู่กับปริมาณ ชนิด และความลึกในการแทรกซึมของฟิลเลอร์ หากฟิลเลอร์แทรกซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อลึก จะค่อย ๆ ดำเนินการเป็นขั้นตอน และเนื่องจากมีโอกาสแพ้เอนไซม์ได้ จึงต้องทดสอบก่อนแล้วจึงเริ่มทำ
สัญญาณที่บ่งบอกว่าจำเป็นต้องกำจัดออกมีอะไรบ้าง?
หากริมฝีปากแตกบ่อยโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน บวมเวลาเหนื่อยล้า หรือยังรู้สึกไม่สบายแม้ผ่านไป 1 ปีหลังทำหัตถการ แนะนำให้เข้ามาปรึกษา เนื่องจากริมฝีปากมักแทบไม่รู้สึกเจ็บแม้จะเกิดผลข้างเคียง การตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ