muheung-lip

เสริมริมฝีปากแบบไร้แผล (Lip Advancement / การยื่นริมฝีปากออกมาด้านหน้า)

ยื่นเยื่อบุริมฝีปากด้านในออกมาด้านหน้า เพื่อขยายพื้นที่ริมฝีปากสีแดงให้ดูอวบอิ่มเป็นธรรมชาติ แผลซ่อนอยู่ภายในปาก ไม่มีรอยแผลเป็นที่มองเห็นได้จากภายนอกค่ะ

ริมฝีปากเป็นจุดสำคัญที่กำหนดความประทับใจของใบหน้าค่ะ ที่ Dr.Tak ศัลยกรรมความงาม เราไม่เพียงแค่เพิ่มปริมาตร แต่วิเคราะห์ความสมดุลของใบหน้าผู้ป่วยแต่ละท่าน เพื่อออกแบบเส้นริมฝีปากที่เหมาะสมที่สุด ด้วยเทคนิคการผ่าตัดที่ประณีต บนพื้นฐานประสบการณ์ทางคลินิกเฉพาะทางกว่า 1,500 ราย

ทำไม Lip Advancement จึงแก้ปัญหาที่ต้นตอ

ริมฝีปากบางและม้วนเข้า ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากปริมาตรไม่เพียงพอ แต่เป็นปัญหาทิศทางและตำแหน่งของเนื้อเยื่อริมฝีปาก ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ซ้ำๆ ก็ทำให้ริมฝีปากดูไม่เป็นธรรมชาติ — ปริมาตรเพิ่มแต่ยังคงม้วนเข้าอยู่ การยื่นริมฝีปาก (Lip Advancement) ของDr.Tak แก้ปัญหาที่ต้นตอด้วยการยื่นเยื่อบุริมฝีปากด้านในออกมา ขยายพื้นที่ริมฝีปากสีแดงเอง

ริมฝีปากดูอวบอิ่มและมีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมเพิ่มขนาดและความยาวของริมฝีปากสีแดง

เหมาะกับใคร

• ผู้มีริมฝีปากบางตั้งแต่กำเนิด หรือริมฝีปากม้วนเข้ามาก
• ผู้ที่ริมฝีปากบางลงหลังจัดฟัน
• ผู้ที่ริมฝีปากสูญเสียปริมาตรจากความชรา
• ผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ซ้ำๆ แต่ริมฝีปากแข็งและยังคงบาง (ละลายฟิลเลอร์ + Advancement ได้ผลดีกว่า)
• ผู้ที่ต้องการรอยยิ้มที่น่าหลงใหลและดูอ่อนเยาว์มากขึ้น

วิธีการผ่าตัด

แผลกรีดอยู่ที่ขอบเยื่อบุริมฝีปากด้านใน จึงแทบไม่มีรอยแผลเป็นที่มองเห็นจากภายนอก เรากรีดเยื่อบุริมฝีปากด้านในอย่างละเอียดแล้วยื่นออกมาด้านหน้า ปิดด้วยการเย็บแผลระดับไมโคร (Micro Suture) เพื่อสร้างเส้นริมฝีปากที่มีมิติ ความประณีตของการเย็บแผลกำหนดคุณภาพของรอยแผลเป็น เราจึงใส่ใจสูงสุดในขั้นตอนการเย็บแผลค่ะ

การออกแบบเฉพาะบุคคลของDr.Tak

ไม่ใช่แบบมาตรฐานเดียวกันทุกคน เราวิเคราะห์รูปหน้า, ลักษณะทางสรีรวิทยา, และภาพลักษณ์ที่ต้องการของลูกค้าแต่ละท่านอย่างละเอียด เพื่อเสนอการออกแบบริมฝีปากที่เป็นธรรมชาติและกลมกลืนที่สุด ผ่านการให้คำปรึกษาอย่างเพียงพอ เราออกแบบริมฝีปากในฝันร่วมกัน ความแตกต่างที่เกิดจากประสบการณ์ทางคลินิกเฉพาะทางกว่า 1,500 ราย

ความสำคัญของสัดส่วนใบหน้า

ในผู้ที่มีริมฝีปากบางและม้วนเข้า บางครั้งร่องเหนือริมฝีปาก (人中) ก็ยาวด้วย ทำให้ริมฝีปากดูบางเพิ่มเป็น 2 เท่า เมื่อร่องเหนือริมฝีปากยาว ริมฝีปากจะดูบางและตกลง ทำให้ใบหน้าทั้งหมดดูยาวลง การทำ Lip Advancement ร่วมกับการลดร่องเหนือริมฝีปาก (ภายในหรือภายนอก) จะแก้ไขทั้งริมฝีปากและร่องเหนือริมฝีปากพร้อมกันค่ะ

ระยะเวลาพักฟื้น

อาการบวมส่วนใหญ่จะลดลงภายใน 5-7 วัน บวมเล็กน้อยจะค่อยๆ ลดลงใน 1-3 เดือน ตัดไหมในวันที่ 7 และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เป็นเวลา 1 เดือนหลังผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก, ซาวน่า, การสูบบุหรี่ และเน้นรับประทานอาหารอ่อน คุณภาพของรอยแผลเป็นขึ้นอยู่กับการดูแล 6 เดือนหลังผ่าตัด

คำถามที่พบบ่อย

เสริมริมฝีปากด้วยฟิลเลอร์ กับ การผ่าตัดเสริมริมฝีปาก (เทคนิคเลื่อนเยื่อบุ) ต่างกันอย่างไร แล้วเราควรเลือกแบบไหนดีคะ?
เป็นคำถามที่คนไข้ถามเข้ามาบ่อยที่สุดเลยค่ะ การฉีดฟิลเลอร์คือการเติมกรดไฮยาลูรอนิก (HA) เข้าไปเพื่อเพิ่มวอลุ่มให้ริมฝีปาก ข้อดีคือทำง่าย ฟื้นตัวไว แต่โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายไปภายในประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี จึงต้องกลับมาฉีดซ้ำเป็นระยะ และในกรณีที่ริมฝีปากม้วนเข้าด้านในอยู่แล้ว การเติมฟิลเลอร์ก็จะทำให้ปากที่ม้วนอยู่นั้นดูใหญ่ขึ้นเฉย ๆ บางครั้งกลับดูไม่เป็นธรรมชาติยิ่งกว่าเดิม ส่วนการผ่าตัดด้วยเทคนิคเลื่อนเยื่อบุ (mucosal advancement) คือการเลื่อนเยื่อบุด้านในของริมฝีปากออกมาด้านหน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่ริมฝีปากส่วนสีแดง (vermillion) ให้กว้างขึ้น จึงเป็นการแก้ที่ต้นเหตุของปากที่บางหรือม้วนเข้าได้อย่างแท้จริง สรุปง่าย ๆ คือ ถ้าอยากเพิ่มวอลุ่มเล็กน้อยแบบเบา ๆ ฟิลเลอร์ก็ตอบโจทย์ แต่ถ้าริมฝีปากบางหรือม้วนเข้ามาตั้งแต่กำเนิด และอยากปรับให้ดูเป็นธรรมชาติพร้อมคงผลได้ยาวนาน เทคนิคเลื่อนเยื่อบุจะเหมาะกว่าค่ะ โดยเฉพาะคนไข้ที่ฉีดฟิลเลอร์มาหลายครั้งจนริมฝีปากเริ่มแข็ง แนะนำให้สลายฟิลเลอร์ออกก่อน แล้วจึงทำเทคนิคเลื่อนเยื่อบุ ผลลัพธ์จะออกมาดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นค่ะ
การลงมีดที่แนวริมฝีปาก จะทิ้งรอยแผลเป็นไหมคะ?
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่คนไข้กังวลมากที่สุดในการผ่าตัดเสริมริมฝีปากเลยค่ะ เทคนิคเลื่อนเยื่อบุของ Dr.Tak จะซ่อนแนวแผลไว้ที่บริเวณรอยต่อของเยื่อบุด้านในริมฝีปาก ไม่ใช่ด้านนอก เมื่อมองจากภายนอกจึงแทบไม่เห็นรอยแผลเลย ถือว่าเป็นการผ่าตัดแบบไร้รอยแผลเป็น (無痕) เพราะสุดท้ายแล้วความเรียบเนียนของแผลขึ้นอยู่กับความประณีตในการเย็บปิดแผลเป็นหลัก เราจึงทุ่มเทสมาธิให้กับขั้นตอนการเย็บมากที่สุดในบรรดาทุกขั้นตอนของการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม กว่าแผลจะเข้าที่และเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ การดูแลอย่างต่อเนื่องประมาณ 6 เดือนหลังผ่าตัดก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันค่ะ
ผลลัพธ์อยู่ถาวรไหมคะ แล้วคงอยู่ได้นานแค่ไหน?
ฟิลเลอร์เมื่อเวลาผ่านไปจะถูกร่างกายดูดซึมไป ทำให้ริมฝีปากกลับมาบางอีกครั้งและต้องฉีดซ้ำ แต่เทคนิคเลื่อนเยื่อบุเป็นการผ่าตัดที่ปรับตำแหน่งของเนื้อเยื่อริมฝีปากใหม่จริง ๆ ดังนั้นผ่าตัดเพียงครั้งเดียวผลลัพธ์ก็คงอยู่ได้ยาวนาน ไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่อีกไม่กี่เดือนก็หายไป และไม่ต้องคอยสลายแล้วฉีดเข้าไปใหม่ค่ะ เพียงแต่ความเปลี่ยนแปลงตามวัยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินั้นย่อมเกิดกับทุกคน ดังนั้นเข้าใจง่าย ๆ ว่า "ผลลัพธ์จะไม่ย้อนกลับไปเหมือนเดิมเหมือนตอนฟิลเลอร์สลาย" ก็จะตรงที่สุดค่ะ
ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติไหมคะ จะมีความรู้สึกสิ่งแปลกปลอมหรือคลำเจอเป็นก้อนแข็ง ๆ หรือเปล่า?
เนื่องจากไม่ได้ใส่วัสดุจากภายนอกเข้าไปแบบฟิลเลอร์หรือซิลิโคนเสริม แต่ใช้เนื้อเยื่อเยื่อบุริมฝีปากของคนไข้เอง ความกังวลเรื่องการคลำเจอก้อน เนื้อเยื่อจับตัวเป็นก้อน หรือรู้สึกแข็งจากสิ่งแปลกปลอมจึงมีน้อยมากค่ะ อีกทั้งเราไม่ได้ใช้มาตรฐานสำเร็จรูปแบบเดียวกับทุกคน แต่จะวิเคราะห์โครงหน้า รูปหน้าตา และลุคที่คนไข้แต่ละท่านต้องการ แล้วออกแบบเฉพาะบุคคล เป้าหมายจึงไม่ใช่การทำให้ดู "เหมือนไปเสริมมา" แต่เป็นวอลุ่มและเส้นริมฝีปากที่ดูเป็นธรรมชาติราวกับเป็นปากเดิมของคุณเอง ริมฝีปากเป็นจุดที่เพียงเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็ทำให้ลุคต่างไปได้มาก เราจึงออกแบบผลลัพธ์ที่พอดีไม่เกินงาม บนพื้นฐานประสบการณ์เคสทางคลินิกด้านริมฝีปากโดยเฉพาะกว่า 1,500 เคสค่ะ
ใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหนคะ (เรื่องอาการบวม ตัดไหม และการใช้ชีวิตประจำวัน)?
อาการบวมมากมักจะยุบลงเป็นส่วนใหญ่ภายในประมาณ 5-7 วันหลังผ่าตัด ส่วนอาการบวมเล็กน้อยจะค่อย ๆ เข้าที่ดูเป็นธรรมชาติภายใน 1-3 เดือนค่ะ ไหมที่เย็บไว้จะตัดออกในราว 7 วัน หลังจากนั้นก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1 เดือนแรกหลังผ่าตัด ควรงดออกกำลังกายหนัก งดเข้าซาวน่า และงดสูบบุหรี่ พร้อมเน้นรับประทานอาหารอ่อน ๆ และเพื่อให้ได้แผลที่เรียบเนียนสะอาดตา เราแนะนำให้ดูแลต่อเนื่องประมาณ 6 เดือนค่ะ